คำถามเกี่ยวกับยา
โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
เรื่อง : เมโธเทรกเซท (Methotrexate)
- รักษาโรคภูมิต้านตนเอง/โรคออโตอิมมูน เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
- ใช้เป็นยาเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) โรคมะเร็งกระดูก (Osteosarcoma)
ก. ผลข้างเคียงที่สำคัญและรุนแรง เช่น
- กดไขกระดูกโดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวต่ำ
- ทำให้เกิดโรคตับแข็ง (Cirrhosis)
- โรคตับอักเสบ (Hepatitis)
- โรคปอดอักเสบในผนังถุงลม (Interstitial pneumonitis)
- ไตวาย
ข. ส่วนผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรง เช่น
- ผมร่วง
- แผลที่เนื้อเยื่อเมือกต่างๆ (เช่น เยื่อเมือกบุช่องปาก ริมฝีปาก และลำไส้) ซึ่งอาการข้างเคียงเหล่านี้ สามารถบรรเทาด้วยการรับประทาน ยาโฟเลต (Folate)/ ยากรดโฟลิก ร่วมด้วย
- ควรใช้ยาเมโธเทรกเซทตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด ห้ามเพิ่มหรือลดขนาดยาเอง
- หากมีอาการผิดปกติใดๆ ขณะใช้ยานี้ ให้หยุดยาและรีบปรึกษาแพทย์/ไปโรงพยาบาล เช่น มีผื่น คลื่นไส้อาเจียน มาก
- ไม่ควรซื้อยาอื่นรับประทานเองขณะใช้ยาเทโธเทรกเซท เนื่องจากยาบางชนิดมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาเมโธเทรกเซท ซึ่งอาจทำให้เพิ่มความเป็นพิษของยาเมโธเทรกเซทได้ หรือทำให้ระดับยาเมโธเทรกเซทต่ำกว่าระดับที่ใช้ในการรักษา
- ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่มี โรคตับ โรคปอด โรคไต โรคเกี่ยวกับการทำงานของไขกระดูกผิดปกติ
- ในระหว่างรับประทานยานี้ควรดื่มน้ำมากๆ ประมาณวันละ 8 - 12 แก้ว เพื่อลดและป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับไต
- ยาเมโธเทรกเซทถูกจัดตามดัชนีความปลอดภัยการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ ให้อยู่ในกลุ่มเอ็กซ์ (Pregnancy Category X) คือ มีพิษก่อความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์ ดังนั้นไม่ควรใช้ยาเมโธเทรกเซทในระหว่างตั้งครรภ์
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลลิน (Penicillins): เนื่องจากยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลลินอาจลดการขจัดออกของยาเมโธเทรกเซททางไต จึงทำให้มีระดับยาเมโธเทรกเซทในร่างกายสูงขึ้นจนอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงจากยาเมโธเทรกเซทสูงจนเป็นอันตรายได้
- ยาปฏิชีวนะโค-ไตรม็อกซาโซล (Co-trimoxazole): เนื่องจากยาโค-ไตรม็อกซาโซลอาจเสริมฤทธิ์การกดไขกระดูกของยาเมโธเทรกเซท
- ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์/เอ็นเสด (NSAID, Non-steroidal anti-inflam matory drug) เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin) เนื่องจากมีรายงานว่ายาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ลดการกำจัดยาเมโธเทรกเซททางไต จึงทำให้อาจเกิดอาการข้างเคียงจากยาเมโธเทรกเซทในการรักษาโรคข้อรูมาตอยด์ ซึ่งอาจมีการใช้ยาเมโธเทรกเซทร่วมกับยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ ดังนั้นแพทย์จึงจำเป็นต้องใช้ยาเมโธเทรกเซทในขนาดต่ำลง เพื่อป้องกันการเกิดอาการข้างเคียงจากยาเมโธเทรกเซท